KoolHistory : 1881 ต้นฉบับที่แท้จริงของ “Pinocchio”

KoolHistory : (1881) ต้นฉบับที่แท้จริงของ “Pinocchio” 

ที่มา Pantip (ไม่ระบุชื่อผู้เขียน)


ในปี 1940 วอลต์ ดิสนีย์ ได้เปิดตัวการ์ตูนแอนิเมชั่นเรื่อง พินอคคิโอ (Pinocchio) เป็นเรื่องราวของเด็กชายหุ่นกระบอก ที่มีชีวิตขึ้นมาจากคำอธิษฐานของ เจ็ปเพ็ตโต (Geppetto) คุณพ่อช่างไม้ ที่ได้ตั้งชื่อให้กับลูกชายสุดวิเศษของตัวเองว่า “พินอคคิโอ” 

แต่การ์ตูนเรื่องนี้แท้จริงถูกดัดแปลงมาจากหนังสือชื่อว่า The Adventures of Pinocchio (การผจญภัยของพินอคคิโอ) แต่งโดย Carlo Collodi นักเขียนชาวอิตาลี ที่ตีพิมพ์ไว้ตั้งแต่ปี 1881 ซึ่งมีเนื้อหาตรงกันข้ามกับเวอร์ชั่นของดิสนีย์อย่างสิ้นเชิง

โดยคำว่า Pinocchio เป็นภาษาอิตาเลียน มาจากคำว่า pino คือ ต้นสน รวมกับคำว่า occhio คือ ตา

Pinocchio ได้กลายมาเป็นเรื่องอ่านเล่นคลาสสิกสำหรับเด็ก และแพร่หลายอย่างกว้างขวาง โดยมีการแปลเป็นภาษาต่าง ๆ เผยแพร่ไปทั่วโลก ทั้งยังมีการนำไปสร้างเป็นภาพยนตร์มากกว่า 20 ครั้ง โดยที่มีชื่อเสียงมากที่สุดนั้น 

เนื้อเรื่อง เป็นเรื่องราวการผจญภัยของหุ่นไม้ที่มีชีวิต กับ Geppetto พ่อช่างไม้ผู้ยากจนของเขา โดยที่  Pinocchio มีลักษณะเด่นที่รู้จักกันดี คือ เมื่อพูดโกหกจมูกของเขาจะยาวขึ้น 

ฉบับดั้งเดิมนั้น Collodi ไม่ได้ตั้งใจที่จะเขียนเรื่องนี้ให้เป็นนิยายสำหรับเด็กตั้งแต่แรก เนื้อเรื่องดั้งเดิมนั้น  Pinocchio ถูกแขวนคอตาย เนื่องจากทำความผิดนับครั้งไม่ถ้วน แต่ก็ได้แก้ไขในฉบับถัดมา ซึ่งตอนจบนั้นได้แก้ให้หุ่นกระบอกลายเป็นเด็กที่มีชีวิตจริง ๆ ซึ่งก็เป็นตอนจบที่เรารู้จักกันดี

เนื้อเรื่องที่แท้จริง

Pinocchio เป็นหุ่นกระบอกเด็กที่ เกเร คนพาล และเอาแต่ใจตนเอง  พ่อของเขาเป็นเพียงช่างไม้ยากจนที่พยายามดูแลลูกชายที่นางฟ้ามอบให้อย่างดีที่สุด แต่เนื่องจากความจน  Pinocchio จึงด่าว่า พ่อตัวเองทุกวัน เพราะเขาไม่อยากเกิดมาในครอบครัวที่ขัดสนแบบนี้ และ หนีออกจากบ้านตั้งแต่วันแรกที่เดินเป็น โดยไม่สนใจพ่อของเขาเลยแม้แต่น้อย

ครั้งหนึ่งเขาเล่นซนจนถูกไฟไหม้ขา จนต้องคลานกระเสือกกระสนกลับบ้าน พ่อของเขาไม่โกรธที่ลูกหนีออกจากบ้านไปและได้ประกอบขาให้ใหม่ แต่สิ่งแรกที่เขาทำหลังจากได้ขาใหม่แล้ว คือ วิ่งไปบอกชาวบ้านว่า ตัวเขาถูกพ่อทำร้าย จนทำให้พ่อของเขาต้องติดคุก เมื่อพ่อของเขาพิสูจน์ได้ว่าตัวเองไม่ได้ทำร้ายลูก ทั้งหมดเป็นการเข้าใจผิด

ซึ่งต่อมา  Pinocchio ได้สัญญากับพ่อของเขขาว่า เขาจะปรับปรุงตัวเป็นคนดี และเริ่มไปโรงเรียนเหมือนเด็กทั่วไป เมื่อพ่อได้ยินดังนั้นก็ดีใจมากและยอมขายเสื้อกันหนาวตัวเดียวที่มีเพื่อนำเงินไปซื้อหนังสือให้ Pinocchio เรียน   โดยบอกกับ Pinocchio ว่า  “เสื้อตัวนี้มันร้อนเกินไป เอาไปขายน่าจะมีประโยชน์กว่า”
เพราะกลัวลูกจะรู้สึกผิดต่อพ่อ

แต่ด้วยความเลวร้ายของ Pinocchio  เขากลับเอาหนังสือที่พ่อซื้อให้ไปขาย แล้วนำเงินไปซื้อตั๋วเพื่อดูการแสดงในโรงละครซึ่งโรงละครดังกล่าว  และเมื่อไม่ได้ไปโรงเรียน Pinocchio ก็เอาเวลาทั้งหมดไปเที่ยวเล่นและห่างเหินกับเพื่อนที่ดีอย่าง Jiminy ตั๊กแตนพูดได้

โดยหันไปคบกับเพื่อนใหม่อย่าง ‘หมาป่าและแมวเจ้าเล่ห์’ ที่ชักชวนให้เขาทำสิ่งผิดกฎหมายต่างๆ ตั้งแต่กินเหล้า เล่นการพนัน และยังสอน Pinocchio ขโมยเงินชาวบ้านด้วย  จนมีอยู่ครั้งหนึ่งที่เขาถูก ‘หมาป่าและแมวเจ้าเล่ห์’ หลอกไปแขวนคอใต้ต้นโอ๊ค แต่เขาก็ยังรอดกลับมาได้

เมื่อวีรกรรมของ Pinocchio เริ่มโด่งดังในทางที่เสียหาย ทำให้ Jiminy เพื่อนที่ห่างเหินกันไปได้เตือนสติและบอกให้เขากลับบ้านไปหาพ่อ แต่แทนที่ Pinocchio จะคิดได้ เขากลับโกรธจัดและลงมือสังหาร Jiminy ทันที (ผู้เขียนอธิบายไว้ว่า เหตุการณ์ในครั้งนี้ Pinocchio ไม่รู้สึกเสียใจแต่อย่างใด)

เมื่อวันเวลาผ่านไป Pinocchio ก็ยิ่งทำตัวเลวร้ายมากขึ้นเรื่อย ๆ ปัญหาที่เขาก่อแต่ละครั้งใหญ่ขึ้นทุกวัน จนสุดท้าย ชาวบ้านทนพฤติกรรมของหุ่นกระบอกที่นางฟ้าประทานไม่ไหว เลยรวมตัวกันจับ Pinocchio แขวนคอใต้ต้นโอ๊คในป่าทำให้เขาก็สิ้นใจในที่สุด

คำวิจารณ์
นี่คือเรื่องราวจากนิทานต้นฉบับของ Pinocchio โดย Carlo Collodi ซึ่งมีจุดประสงค์เพื่อ สอนให้เด็กยุคนั้นรู้ว่า หากไม่เชื่อฟังพ่อแม่อาจมีจุดจบที่เลวร้ายเหมือน Pinocchio 

เดิมที ผู้เขียนต้องการจบเรื่องไว้เพียงเท่านี้ แต่ด้วยกระแสนิยมทำให้เขาต้องเขียนออกมาอีกและให้ Pinocchio จบแบบ Happy ending แทนโดยมีนางฟ้ามาช่วยและออกตามหาพ่ออย่างที่เราเห็นในเวอร์ชั่นของดิสนีย์

เชื่อกันว่า เรื่องที่เขาแต่งขึ้นมานั้น เป็นเพราะว่าในสมัยทศวรรษที่ 18 ได้มีการถกเถียงกันในระบบการศึกษาว่า เด็กควรจะเติบโตมาในทิศทางไหน 

นักวิจารณ์หลายคนได้ให้ความเห็นว่า Pinocchio เป็นเรื่องราวประชดประชันลักษณะของสังคมในสมัยนั้น ถึงฐานะทางการเงิน จะเป็นตัวแสดงให้เห็นถึงความนับหน้าถือตา เช่นที่พิน็อกพิโอ ด่าว่าพ่อว่ายากจนตั้งแต่เขาเกิดมาเลยทีเดียว

รวมถึงการที่พิน็อกพิโอ ปฎิเสธความรับผิดชอบต่อทุกอย่าง และต้องการใช้ชีวิตแบบอิสระ ที่สนุกสนานมากกว่า ซึ่งเป็นการประชด ต่อ เด็กที่ไม่ได้เตรียมการใดๆ และไร้เดียงสาเกินไป ต่อการผจญภัยต่อโลกภายนอก ซึ่งจะทำให้ชีวิตหายนะได้เลย

คนเขียน เรียกร้องให้เด็กๆ ต้องตั้งใจเรียน เป็นคนดี และมุ่งมั่นทำงาน (สมัยนั้น อิตาลีกำลังล่มสลาย และมักจะเลือกที่จะอพยพไปอเมริกาแทน) 

ขณะที่ชนชั้นสูงยุคนั้น มองว่า หนังสือเรื่องนี้กลับไม่เหมาะกับเด็กที่ได้รับการศึกษาที่ดีอยู่แล้ว เนื่องจากจะทำให้เด็กต้องการอิสระมากกว่า

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ตำนานผี : ผีปอป

จักรวาล insidious (The insidious Universe)